วันเสาร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

หลักการเลี้ยงปลา


   หลักการเลี้ยงปลา
            1.การเลี้ยงปลาแบบชนิดเดียว หรือแบบเดียว หมายถึง การเลี้ยงปลาชนิดเดียวภายในบ่อเลี้ยง   โดยมุ่งหวังผลผลิตสูง ซึ่งควรเลือกปลาที่มีราคาดี หรือมีตลาดรองรับ เช่น การเลี้ยงปลาดุกอุย   ปลาดุกด้าน 
การเลี้ยงปลาแบบนี้สะดวกต่อการดูแลรักษาคัดปลาจับส่งตลาด  เพราะเป็นปลาชนิดเดียวกัน
           2.การเลี้ยงปลาหลายชนิดหรือแบบรวม   คือ การเลี้ยงปลาหลายชนิดรวมในบ่อเดียวกัน หรือชนิดเดียวแต่มีขนาดต่างกัน และไม่มีอันตรายต่อกัน  
      ข้อดีของการเลี้ยงปลาแบบรวม  สามารถใช้ประโยชน์ได้จากอาหารที่มีในบ่อปลาอย่างเต็มที่   สามารถทยอยจับปลาใหญ่ออกจำหน่ายได้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด  ทำให้ขายได้ราคาดี  เกิดรายได้อย่างต่อเนื่อง
           3.การเลี้ยงปลาแบบผสมผสาน   ได้แก่ การเลี้ยงปลาผสมกับการปลูกพืช เช่น ปลูกข้าวพร้อมกับการเลี้ยงปลา เลี้ยงปลาในร่องสวนปลูกผลไม้ การเลี้ยงปลาผสมผสานกับการเลี้ยงเป็ดหรือสุกร การเลี้ยงปลาชนิดนี้เป็นการเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน เช่น เศษอาหารที่ตกหล่นจากการเลี้ยงสัตว์ สามารถนำกลับมาใช้เป็นอาหารปลา
น้ำในบ่อปลาก็ถ่ายลงนาที่ปลุกข้าวแทนที่จะเทลงสู่แหล่งน้ำต่างๆ  ซึ่งเป็นการใส่ปุ๋ยโดยไม่ต้องลงทุน

         การคัดเลือกปลาที่จะเลี้ยง    ควรมีลักษณะดังต่อไปนี้ คือ
1.เลี้ยงง่าย สามารถกินอาหารธรรมชาติได้อย่างเต็มที่
2.โตเร็ว   มีประสิทธิภาพในการเปลี่ยนจากอาหารที่กินมาเป็นเนื้อสูง
3.มีลูกดกและขยายพันธุ์ได้   หาพันธุ์มาเลี้ยงได้ง่าย การวางไข่หลายครั้ง เพาะพันธุ์ได้ง่าย
4.อดทน   มีความทนทานสามารถปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ดี
5.สามารถเลี้ยงร่วมกับปลาอื่นได้   ไม่รบกวนซึ่งกันและกัน ควรเป็นปลาที่กินพืชหรือกินแพลงตอน
6.เนื้อมีรสดี ปลามีเนื้อรสชาติดี ปรุงอาหารได้ง่าย
7.มีตลาดจำหน่าย เพราะปลาบางชนิดมีตลาดแคบไม่เป็นที่นิยม
8.ได้ราคาดี ควรจะคุ้มค่าทุนที่เลี้ยงมา
        ชนิดของปลา   ซึ่งถ้าจำแนกตามตามนิสัยของการกินอาหารปลาสามารถจำแนกได้ ดังนี้
1.ปลาประเภทกินพืช  ได้แก่  ปลาจีน  ปลาหมอตาล  ปลาตะเพียนขาว  ปลาแรด  ปลาไน   ปลานิล   ปลาจำพวกนี้ชอบกินอาหารที่เป็นพืช  เช่น  รำ  ปลายข้าว    เศษผัก  หญ้าขน
ปลาประเภทนี้สามารถแบ่งได้เป็น 2 พวก  คือ พวกที่กินพืชขนาดใหญ่ ได้แก่  ปลาแรด  ปลาสลิด  ปลาเฉา  ปลาตะเพียน  และพวกปลากินพืชขนาดเล็ก  ได้แก่  ปลาเล่ง  ปลาซ่ง  ปลาหมอตาล  ปลานวลจันทร์น้ำจืด  ปลายี่สกเทศ 
2.ปลาประเภทกินเนื้อ  ได้แก่  ปลาดุก  ปลาบู่  ปลาช่อน  สามารถแบ่งได้เป็น 3 พวก  คือ  พวกที่กินสัตว์ที่ตายแล้ว  แต่ยังไม่เน่าเปื่อย  เช่น  ปลาดุกด้าน  ปลาดุกอุย  ปลาสวาย  พวกที่กินแมลงเป็นอาหาร  ได้แก่  ปลาเสือพ่นน้ำ  ปลาไน  ปลาหมอไทย  ปลาเสือตอ
พวกที่กินเนื้อหรือลูกปลาที่ยังมีชีวิตอยู่  ได้แก่  ปลาช่อน  ปลาสะกุป  ปลาไหลนา  ปลาชะโด
3.ปลาประเภทกินตะไคร่น้ำ   ปลาชนิดนี้จะกินตะไคร่น้ำ สาหร่าย และพืชสีเขียวเล็กๆ ได้แก่ ปลาลิ่น ปลาซ่ง ปลาสลิด ปลายี่สก
4.ปลาประเภทกินเนื้อและพืช ได้แก่ ปลาสวาย ปลายี่สก ปลาเทโพ
การจัดหาพันธุ์ปลามาเลี้ยง  หลักเกณฑ์ในการพิจารณาการจัดหาพันธุ์ปลามีดังนี้
1.ควรเป็นลูกพันธุ์ปลาที่มีขนาดความยาวตั้งแต่ 3-5 ซม.  ควรจะให้มีขนาดตัวไล่เลี่ยกัน
2.ควรจัดหาจากแหล่งที่มีความเชื่อถือในคุณภาพของพันธุ์ปลา เช่น สถานีประมง
3.ลูกปลาที่นำมาควรมีลักษณะแข็งแรง ลำตัวมีรูปร่างปกติ สีสันสดใส ไม่มีบาดแผล ไม่เป็นโรค
         การลำเลียงปลาและลูกพันธุ์ปลา
          การลำเลียงพันธุ์ปลาสามารถลำเลียงด้วยถุงพลาสติกซึ่งเป็นวิธีที่สะดวกและง่ายสำหรับการลำเลียงปลาขนาดไม่มาก
น้ำที่ใช้บรรจุนั้น  ควรเป็นน้ำที่สะอาดปราศจากคลอรีนหรือเป็นน้ำกรอง  ควรเป็นน้ำที่มาจากแหล่งเดียวกันกับที่ไว้ขังปลาให้อดอาหารก่อนการลำเลียง  เพราะปลายังไม่เคยชินกับน้ำใหม่   เวลาบรรจุหรือลำเลียงจะมีอาการชอคหรือตื่นเต้นผิดปกติ  และอาจถึงตายได้  ปริมาณน้ำที่ใช้บรรจุนั้นควรมีขนาด 1/3-1/4 ของปริมาตรของถุง
          ขั้นตอนในการลำเลียงลูกปลา  ปฏิบัติดังนี้
        1.ควรให้ลูกปลาอดอาหารอย่างน้อย 24 ชม.  เพื่อให้อาหารที่มีอยู่ในกระเพาะได้ถูกใช้หมดก่อนที่จะถูกลำเลียง  ในระยะที่ถูกขังให้อดอาหารนี้จะสังเกตได้ว่าปลาจะถ่ายออกมาเป็นจำนวนมาก
        2.ควรคัดเลือกปลาขนาดเดียวกัน เพราะปลาที่อดอาหารมานั้นอาจแสดงอาการดุร้าย ทำร้ายตัวที่เล็กกว่า อาจถึงขั้นรุมกัดกินปลาที่ตัวเล็กกว่าเป็นอาหารไปเลย
        3.นำลูกปลาลงถุงลำเลียง โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้
   ในระยะห่างเท่าๆกันจะสามารถบรรจุปลาตัวเล็กมาก  อุณหภูมิของอากาศ  หรือน้ำที่ต่ำกว่า  บรรจุปริมาณลูกปลาขนาดเดียวกันได้มากกว่า
        4.การอัดออกซิเจน  ควรปล่อยก๊าซจากถังมาตามยางซึ่งจุ่มลงน้ำภายในถุง   โดยปล่อยให้ฟองอากาศแทนที่อากาศภายในถุง 2 ใน 3 ส่วน ถึง 3 ใน 4 หรือ 4 ใน 5 ส่วน  ของความจุของถุง
        5.การวางถุงอัดออกซิเจน ควรวางตามแนวนอน เพื่อเพิ่มเนื้อที่ของปลามากขึ้น ในการขนส่งทางไกลนานควรหาทางลดอุณหภูมิหรือรักษาอุณหภูมิเพื่อให้ลูกปลาได้เคลื่อนไหวได้น้อยที่สุด เช่นใช้กล่องโฟมบรรจุถุงพลาสติก
         การปล่อยปลาลงเลี้ยง
เวลาที่เหมาะสำหรับการปล่อยปลาคือเวลาเช้าหรือเวลาเย็น  ถ้าเป็นเวลาที่อากาศร้อนจัด  ควรเอามือตีกวนน้ำในบ่อที่ปลาจะอยู่ใหม่เพื่อให้ความร้อนของผิวหน้าน้ำไม่ต่างจากระดับลึก
        การดูแลน้ำในบ่อเลื้ยงปลา
  บ่อที่เลี้ยงปลาที่กินอาหารไม่เลือก  กินพืชและกินแพลงตอน  ควรเติมน้ำให้ได้ระดับ 1-2.50 เมตรอยู่เสมอ หากมีปลาตัวใดที่กินอาหารได้น้อยลงหรือลอยหัวควรจะถ่ายน้ำ   เปลี่ยนน้ำอย่างน้อยเดือนละ 1-2 ครั้ง  อาจสามารถสังเกตได้จากสีของน้ำและการลอยหัวของปลา
การระบายน้ำของบ่อควรระบายส่วนล่างของก้นบ่อซึ่งจะเป็นส่วนที่เน่าเสียมากกว่าบนผิวน้ำ  ในกรณีที่บ่อปลาไม่สามารถระบายน้ำได้เลยจะต้องระมัดระวังในการให้อาหารในปริมาณที่พอเหมาะ  น้ำจะได้ไม่เน่าเสียเร็ว  บางครั้งเราอาจสามารถใส่เกลือแกงลงไปเพื่อช่วยปรับสภาพของน้ำ  ในอัตราส่วนประมาณ200-300  กก./ไร่

สาระน่ารู้ เมื่อถึงฤดูน้ำหลากหรือน้ำท่วมเพื่อป้องกันปลาหนีเราควรใช้ตาข่ายป้องกันปลาหนีโดยใช่ตาข่ายป้องกันรอบๆบ่อ




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น